ตัวบ่งชี้ที่ 5.2 การบริหารของคณะเพื่อการกำกับติดตามผลลัพธ์ตามพันธกิจ 
กลุ่มสถาบันและเอกลักษณ์ของคณะ

ปีที่ประเมิน 2564
ผู้ดูแลตัวบ่งชี้ : มณีรัตน์ ปราศจาก , วีระยุทธ มั่งคั่ง , พิมพิลา คงขาว , วิชุดา เติมสุข , อรุณ วรรณราช , รพีพร โสพากุล , พรศิริ วิรุณพันธ์
ชนิดตัวบ่งชี้ : กระบวนการ
คำอธิบายตัวบ่งชี้

คณะมีพันธกิจหลัก คือ การเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ในการดำเนินพันธงานตามกิจหลัก แต่ละคณะจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการดำเนินงานของคณะให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ตลอดจนมีการบริหารทั้งด้านบุคลากร การเงิน ความเสี่ยงและการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกิจหลักให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล คำนึงถึงความหลากหลายและความเป็นอิสระทางวิชาการ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ยืดหยุ่น คล่องตัว โปร่งใสและตรวจสอบได้

เกณฑ์การประเมิน
คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5
มีการดำเนินการ 1 ข้อ มีการดำเนินการ 2 ข้อ มีการดำเนินการ 3 - 4 ข้อ มีการดำเนินการ 5 - 6 ข้อ มีการดำเนินการ 7 ข้อ
เกณฑ์มาตรฐาน
ระดับ เกณฑ์มาตรฐาน ดำเนินการ
1 พัฒนาแผนกลยุทธ์จากผลการวิเคราะห์ SWOT โดยเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของคณะและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะ สถาบัน รวมทั้งสอดคล้องกับกลุ่มสถาบันและเอกลักษณ์ของคณะและและพัฒนาไปสู่แผนกลยุทธ์ทางการเงินและแผนปฏิบัติการประจำปีตามกรอบเวลาเพื่อให้บรรลุผลตามตัวบ่งชี้และเป้าหมายของแผนกลยุทธ์และเสนอผู้บริหารระดับสถาบันเพื่อพิจารณาอนุมัติ
2 ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินที่ประกอบไปด้วยต้นทุนต่อหน่วยในแต่ละหลักสูตร สัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนานักศึกษา อาจารย์ บุคลากร การจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการบริหารหลักสูตร ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการผลิตบัณฑิต และโอกาสในการแข่งขัน
3 ดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยง ที่เป็นผลจากการวิเคราะห์และระบุปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตามพันธกิจของคณะและให้ระดับความเสี่ยงลดลงจากเดิมอย่างน้อย 1 เรื่อง
4 บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างครบถ้วนทั้ง 10 ประการที่อธิบายการดำเนินงานอย่างชัดเจน
5 ค้นหาแนวปฏิบัติที่ดีจากความรู้ทั้งที่มีอยู่ในตัวบุคคล ทักษะของผู้มีประสบการณ์ตรง และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ตามประเด็นความรู้ อย่างน้อยครอบคลุมพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัย จัดเก็บอย่างเป็นระบบโดยเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง
6 การกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารและแผนพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน
7 ดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามระบบและกลไกที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพันธกิจและพัฒนาการของคณะที่ได้ปรับให้การดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานคณะตามปกติที่ประกอบด้วย การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินคุณภาพ
ผลการดำเนินงาน
ตนข้อเกณฑ์ผลการดำเนินงานหลักฐาน
1 พัฒนาแผนกลยุทธ์จากผลการวิเคราะห์ SWOT โดยเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของคณะและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะ สถาบัน รวมทั้งสอดคล้องกับกลุ่มสถาบันและเอกลักษณ์ของคณะและและพัฒนาไปสู่แผนกลยุทธ์ทางการเงินและแผนปฏิบัติการประจำปีตามกรอบเวลาเพื่อให้บรรลุผลตามตัวบ่งชี้และเป้าหมายของแผนกลยุทธ์และเสนอผู้บริหารระดับสถาบันเพื่อพิจารณาอนุมัติ

ผลการดำเนินงาน

          คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้จัดประชุมเพื่อทบทวนและจัดทำแผนกลยุทธ์ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 – 2569)  ดังหลักฐานที่ 5.2-1(1) โดยให้มีความเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของคณะฯ “คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม  โดยการบูรณาการองค์ความรู้นำไปสู่การพัฒนาสังคมท้องถิ่นและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลก” และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เป็นต้นแบบการผลิตและพัฒนาครู วิจัย สร้างองค์ความรู้ พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่นวัตกรรม นำพาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม น้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนภายในปี 2565

          รวมถึงนำผลการประเมินคุณภาพการศึกษาจาก คณะกรรมการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาจากปีการศึกษา 2563 ดังหลักฐานที่ 5.2-1(2) ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะในระดับหลักสูตร โดยให้หลักสูตรพิจารณาดำเนินการกำหนดผู้รับผิดชอบการดำเนินการในแต่ละประเด็นตามเกณฑ์ตัวบ่งชี้
การประกันคุณภาพในระดับหลักสูตรให้ชัดเจน โดยทางคณะฯ จะต้องกำหนดอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรให้ครบ ถ้วนตามองค์องค์ประกอบและหากหลักสูตรใดมีการเปลี่ยนแปลงอาจารย์ประจำหลักสูตร
ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2563 เพื่อเสนออนุมัติและใช้ในปี พ.ศ.2564 เป็นต้นไป
และให้หลักสูตรได้วางแผนการดำเนินงานในปีการศึกษา 2563 โดยกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน
อย่างชัดเจนและมีการกำกับติดตามโดยคณะฯ เพื่อให้มีการดำเนินงานตรงตามแผนที่วางไว้ ในส่วนระดับคณะฯ นั้น ได้ส่งเสริมให้นักศึกษามีการพัฒนาทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และด้านภาษาอังกฤษของอาจารย์และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการในปีที่ผ่านมา โดยในปีการศึกษา 2564 คณะได้ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานเพื่อพัฒนานักศึกษาในโครงการส่งเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษา ดังหลักฐานที่ 5.2-1(3),(4)  และโครงการส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้กับนักศึกษา ดังหลักฐานที่ 5.2-1(5),(6) เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และทักษะก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงงานและตรงตามความต้องการของสถานประกอบการและโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไป  และในระดับคณะฯ คณะกรรมการได้ให้ข้อเสนอแนะว่า คณะควรหาแนวทางการเพิ่มสัดส่วนของอาจารย์ที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการให้อยู่ในอัตราที่สูงขึ้น โดยคณะได้นำจุดอ่อนนี้มาวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) เพื่อการวางแผนปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์โดยการส่งเสริมและกระตุ้นให้อาจารย์มีการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ทางคณะฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาบุคลากร ดังหลักฐานที่ 5.2-1(7) และงบประมาณสนับสนุนการวิจัย ดังหลักฐานที่ 5.2-1(8)

           นอกจากนั้นในส่วนที่เป็นจุดแข็งก็ได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมโดยจัดให้มีกิจกรรมเสริมการเรียน
ทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตร โดยคณะฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณให้นักศึกษาได้เข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการและวิชาชีพกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และในระดับหลักสูตรทางคณะได้เปิดหลักสูตรใหม่ร่วมกับบริษัทซีพีออล์ จำกัด(มหาชน) คือหลักสูตรการจัดการค้าสมัยใหม่ โดยเปิดรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 จนถึงปัจจุบัน และได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สกอ. ในการปรับปรุง
และพัฒนาหลักสูตรการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ให้เป็นหลักสูตรบูรณาการกับการทำงาน (WIL)
อีกทั้งได้ทำความร่วมมือกับเครือข่ายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดการศึกษาร่วมกันในลักษณะของการจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษา ได้แก่ บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) นอกจากนั้นทางคณะฯ ได้นำแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ มาเป็นแนวทางในการทบทวนโดยเพิ่มพันธกิจของคณะฯ และแผนปฏิบัติการในการดำเนินงานโครงการ / กิจกรรมในปีงบประมาณ 2565 ดังหลักฐานที่ 5.2-1(9) เสนอต่อคณะกรรมการบริหารคณะฯ ดังหลักฐานที่
5.2- 1(10)
เสนอต่อการประชุมกรรมการประจำคณะ ดังหลักฐานที่ 5.1-1(11) และเสนอต่อการประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
หลักฐาน 5.2-1(12)

2 ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินที่ประกอบไปด้วยต้นทุนต่อหน่วยในแต่ละหลักสูตร สัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนานักศึกษา อาจารย์ บุคลากร การจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการบริหารหลักสูตร ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการผลิตบัณฑิต และโอกาสในการแข่งขัน

        คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย ปีการศึกษา 2564 5.2-2(1) เพื่อดำเนินการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางการเงินด้วยต้นทุนต่อหน่วยระดับหลักสูตรที่สังกัดคณะ    เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการบริหารหลักสูตร โดยยึดถือตามนโยบายของมหาวิทยาลัยตามคู่มือรายงานต้นทุนต่อหน่วยและความคุ้มค่าของหลักสูตรมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 5.2-2(2) เพื่อเป็นข้อมูลกลางให้กับทุกหลักสูตรในมหาวิทยาลัยและให้ทุกหลักสูตรใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ต้นทุนให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลความคุ้มทุนในหลักสูตรที่สังกัดคณะฯ    โดยวิเคราะห์ความคุ้มทุนเฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาตรี 8 หลักสูตร โดยการวิเคราะห์ทั้งจากต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม ต้นทุนรวมพร้อมกันนี้ยังได้วิเคราะห์จากปัจจัยต่างๆที่จะส่งผลไม่ว่าจะเป็นต้นทุนคงที่ ต้นทุนผันแปรและต้นทุนรวมในการผลิตบัณฑิตของคณะฯ จากการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยการผลิตบัณฑิตและความคุ้มค่าของการบริหารหลักสูตร ประจำปีการศึกษา 2564 พบว่ามีความคุ้มค่า 8 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ100 5.2-2(3)

       ประสิทธิภาพในการผลิตบัณฑิตจากการประเมินหลักสูตรพบว่าทั้ง 8 หลักสูตร มีผลคะแนนอยู่ในระดับดี มีอัตราการสำเร็จของนักศึกษาเพิ่มขึ้น 5.2-2(3) 

     ประสิทธิผลในการผลิตบัณฑิตในปีการศึกษา 2564 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา 243 คน มีจำนวนบัณฑิตที่มีงานทำ คิดเป็นร้อยละ 86.42 5.2-2(3)

    โอกาสในการแข่งขัน คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีมีค่าธรรมเนียมวิชาชีพเทอมละ 1,000 บาท และค่าเทอม เทอมละ 8,000 บาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสถาบันการศึกษาที่อยู่ใกล้เคียงแล้วคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีมีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ต่ำกว่าส่งผลต่อโอกาสที่นักเรียนจะเลือกศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี 5.2-2(3)

 

3 ดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยง ที่เป็นผลจากการวิเคราะห์และระบุปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตามพันธกิจของคณะและให้ระดับความเสี่ยงลดลงจากเดิมอย่างน้อย 1 เรื่อง

       

คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ดำเนินการแต่งตั้งบุคลากรปฏิบัติหน้าที่งานบริหารความเสี่ยง คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ประจำปีการศึกษา 2564  โดยมีลำดับการดำเนินงาน ดังนี้

              1) แต่งตั้งคณะกรรมการการบริหารความเสี่ยง ประจำปีงบประมาณ 2565

              2) ร่วมกำหนดนโยบายแนวทางในการบริหารความเสี่ยง

              3) ประชุมและร่วมกำหนดประเด็นความเสี่ยง

              4) ประเมินโอกาสและผลกระทบของความเสี่ยง ตลอดจนจัดลำดับความเสี่ยง

              5) ร่วมจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูง โดยกำหนดมาตรการหรือแผนปฏิบัติการที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับบุคลากรในหน่วยงานและดำเนินการตามแผน

             6) ร่วมพิจารณาแผนบริหารความเสี่ยงที่เหลืออยู่ รวมทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ จากนโยบายเพื่อดำเนินการปรับแผนและวิเคราะห์ความเสี่ยงในรอบการดำเนินงานถัดไป

             7) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนและรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไข พร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแผนการดำเนินงาน

         คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้ดำเนินการจัดลำดับปัจจัยเสี่ยง  ความเสี่ยง  ตลอดจนพิจารณาความเสี่ยงปีงบประมาณ 2564  ซี่งบริหารความเสี่ยงในเรื่องยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ซึ่งได้มีการจัดการความเสี่ยงเรียบร้อยแล้ว  ดังนั้นคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจึงได้ร่วมพิจารณาความเสี่ยงในประเด็นใหม่ปีงบประมาณ 2565  โดยมีความเสี่ยงเรื่องความเสี่ยงด้านการตัดสินเข้าศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19 และความเสี่ยงด้านการขอผลงานวิชาการสอดคล้องกับการพัฒนาอาจารย์ พร้อมทั้งพิจารณาเป็นรายประเด็นแล้วนั้นนับว่าจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงได้ทำแผนบริหารความเสี่ยง จำนวน 1  แผน  ได้แก่

         แผนบริหารความเสี่ยง คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ประจำปีงบประมาณ 2565  คือ

                1. ความเสี่ยงด้านการตัดสินเข้าศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19

        แผนบริหารความเสี่ยง คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ประจำปีงบประมาณ 2565  มีการดำเนินงาน ดังนี้

  1. แผนบริหารความเสี่ยงด้านการรับนักศึกษา

                คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้ประเมินความเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความเสี่ยงด้านการตัดสินเข้าศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19 มีความเสี่ยงสูงมากเป็นลำดับที่ 1 โดยแยกรายละเอียดดังนี้

 

ขั้นตอน

ความเสี่ยงที่คงเหลืออยู่

การจัดการความเสี่ยง

แนวทางแก้ไข

ปัญหา/อุปสรรค

1. การแต่งตั้งคณะทำงานการแนะแนวคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี

คณะกรรมการขาดความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

ประชุมชี้แจงให้ทราบความสำคัญ สร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ประสานงานฝ่ายแนะแนวการศึกษาต่อของแต่โรงเรียนเพื่อนัดหมายเวลาทั้งในรูปออนไลน์และออนไซต์

ระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตบ้างครั้งไม่เสถียร

2.การกำหนดนโยบายกลยุทธ์  วิธีการปฏิบัติ

คณะกรรมการมีความรู้ความเข้าใจรูปแบบการสื่อสารแบบออนไซต์น้อยอยู่

ประชุมให้ความรู้ จัดผู้มีประสบการณ์การมาแนะนำ

จัดคณาจารย์เข้าไปให้ความรู้การศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19

บางครั้งมีการแนะแนวออนไลน์อาจมีการประชาสัมพันธ์ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายในช่วงแรกๆ

 

ขั้นตอน

ความเสี่ยงที่คงเหลืออยู่

การจัดการความเสี่ยง

แนวทางแก้ไข

ปัญหา/อุปสรรค

3.การนำวิธีการไปสู่การปฏิบัติ

การเข้าถึงกลุ่มที่ต้องการศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19 อาจยังน้อยอยู่

คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีประสานงานฝ่ายแนะแนวการศึกษาแต่ละโรงเรียนเพื่อติดต่อเข้าประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งในรูปแบบออนไลน์ ออนไซต์และโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมเสริมในการแนะแนวเชิงรุก

การเลือกกลุ่มประชาสัมพันธ์อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

 

ผลจากการจัดการความเสี่ยง

           จากการบริหารความเสี่ยงด้านศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19 มีผลการดำเนินงานดังตารางต่อไปนี้

 

 

 

ตารางจำนวนนักศึกษาเปรียบเทียบ ปีการศึกษา 2563 – 2565

สาขาวิชา

จำนวนนักศึกษา

ปีการศึกษา 2563

(คน)

ปีการศึกษา 2564

(คน)

ปีการศึกษา 2565

(คน)

การจัดการ

17

12

27

การตลาด

17

18

36

คอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล

14

21

17

บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ

9

7

12

เศรษฐศาสตร์การเงินและการคลัง

4

-

-

การท่องเที่ยวและการโรงแรม

32

16

15

การบัญชี

71

77

57

การจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่

15

11

11

รวมทั้งสิ้น

179

162

175

 

       ผลจากการจัดการความเสี่ยงในปีการศึกษา 2564  พบว่า ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานพบว่าคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีนักศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2564 มีจำนวน 162 คน ในปีการศึกษา 2565 จำนวน 175 คน ซึ่งคณะฯ ได้ข้อสังเกตจากการดำเนินงานพบว่ามี 3 สาขามียอดนักศึกษาเพิ่มขึ้นเนื่องจาก 1) สาขาวิชาการจัดการเป็นสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาดและมีคณาจารย์ที่มีองค์ความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 2)สาขาวิชาการตลาดมีการเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ทั้งออนไซต์ที่เข้าถึงชุมชนในการประชาสัมพันธ์และออนไลน์โดยการทำโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น และ 3) สาขาระหว่างประเทศเนื่องจากอาจารย์ผู้สอนมีความเชี่ยวชาญและจบจากต่างประเทศทำให้นักศึกษามีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการถ่ายทอดความรู้และทางสาขาเองได้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น

      ดังนั้นทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจึงมีความเห็นว่ายังคงต้องมีการบริหารความเสี่ยงในการศึกษา 2565 ต่อไป เพื่อเพิ่มช่องทางการเลือกศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19 ให้เป็นไปตามแผนรับที่กำหนดไว้  โดยเสนอแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้

  1. คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีประสานงานกับโรงเรียนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
  2. ส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์เพื่อแนะนำสาขาวิชาในการประชาสัมพันธ์เชิงรุกโดยเฉพาะการยิงแอดโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายการศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี หากยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID – 19 อยู่

คณะได้มีการถดบทเรียนจาก 3 สาขาถึงวิธีการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาในวงรอบต่อไป  

4 บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างครบถ้วนทั้ง 10 ประการที่อธิบายการดำเนินงานอย่างชัดเจน

        คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล โดยยึดหลักนิติธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบตรวจสอบได้ตลอดจนความคุ้มค่า และอาศัยหลักคุณธรรมในการกำกับดูแลด้านต่างๆที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จและก้าวหน้า คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล 10 ประการ ดังนี้

1.หลักประสิทธิผล (Effectiveness) 

คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ยึดหลักการบริหารงานโดยคำนึงถึงความมีประสิทธิผล (Effectiveness) โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามเอกสาร 5.2-4(1) โดยกำหนดยุทธศาสตร์และเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน และมีการติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ อาทิ การรายงานผลการดำเนินงานคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามเอกสาร 5.2-4(2)  ต่อคณะกรรมการประจำคณะ ตามเอกสาร 5.2-4(3)

2.หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) 

คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีการบริหารงานด้วยหลักประสิทธิภาพ โดยมีการ บริหารจัดการด้วยการกำหนดความรับผิดชอบและมอบหมายงานแก่รองคณบดี ตามเอกสาร 5.2-4(4)    ผู้ช่วยคณบดีอย่างชัดเจน ตามเอกสาร 5.2-4(5) คณะฯ มีการจัดสรรงบประมาณให้กับสาขาวิชาและหน่วยงานในสังกัดคณะฯ เพื่อดำเนินโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนปฏิบัติการ และมีการติดตาม ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณที่จัดสรรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตามเอกสาร 5.2-4(6)  โดยให้แต่ละสาขาและหน่วยงานส่งรายงานการใช้งบประมาณเป็นรายไตรมาส ตามเอกสาร 5.2-4(7)  

3.หลักการตอบสนอง(Responsiveness)

ณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีบริหารงานโดยนำหลักมาตอบสนอง มาใช้ในการบริหารเพื่อสร้างความไว้ใจความเชื่อมั่น รวมถึงตอบสนองต่อผู้รับบริการ โดยมีกลไกและกระบวนการการบริหารจัดการภายในมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบการปฏิบัติที่ชัดเจนรวมถึงเปิดโอกาสและช่องทางในการ ร้องทุกข์ของบุคลากรและนักศึกษาผ่านช่องทาง FacebookFanpage : www.facebook.com/BAACSSKRUและWebsite: http://www.baac.sskru.ac.th  ตามเอกสาร 5.2-4(8) 

4.หลักภาระรับผิดชอบ (Accountability)

คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีการกระจายอำนาจในการบริหารงานให้กับรองคณบดี และ ผู้ช่วยคณบดี ตามเอกสาร 5.2-4(9) มีการควบคุมภายในโดยคณะฯตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ตามเอกสาร 5.2-4(10) เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการดำเนินงาน ตามเอกสาร 5.2-4(11)     

5.หลักความโปร่งใส (Transparency) 

มีการประกาศ แจ้งข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างทั่วถึง จัดทำหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ และจัดทำรายงานผลการใช้เงินผ่านการประชุมกรรมการบริหารคณะ ตามเอกสาร 5.2-4(12)

6.หลักการมีส่วนร่วม (Participation) 

คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เสนอปัญหา และตัดสินใจร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาโดยคณะฯ ได้มีการจัดประชุมอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ตามเอกสาร 5.2-4(13)  

7.หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization)                            

คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีการมอบอำนาจ ในการตัดสินใจให้กับรองคณบดี ผู้ช่วยคณบดี ในในการปฏิบัติงานในส่วนของความรับผิดชอบทั้งทางด้านวิชาการ งานวิจัย งานนักศึกษา บริหารบุคคล งานประกันคุณภาพการศึกษาและงานบริหารงานทั่วไป ตามเอกสาร 5.2-4(14)

8.หลักนิติธรรม (Rule of law)          

คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ยึดแนวปฏิบัติระเบียบข้อบังคับต่างๆของทางมหาวิทยาลัยและได้มีการออกแนวปฏิบัติระเบียบข้อบังคับต่างๆ ขึ้นตามบริบทของคณะฯ เพื่อยึดถือเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน และบริหารงานด้วยความเป็นธรรมโดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของคณาจารย์และบุคลากรภายในคณะฯ เป็นหลัก ตามเอกสาร 5.2-4(15) มีกระบวนการพิจารณาความผิดและกำหนดบทลงโทษอย่างเป็นธรรม เช่น รายงานการตรวจสอบอาจารย์ที่ส่งเกรดผิด ตามเอกสาร 5.2-4(16)

9.หลักความเสมอภาค (Equity) คณบดี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีการดูแล การให้บริการแก่นักศึกษาบุคลากรภายใน และบุคลากรภายนอกที่เข้ามาติดต่อใช้บริการ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เช่น มีนโยบายในการสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนได้พัฒนาตนเองอย่างเสมอภาคโดยจัดเตรียมงบประมาณสนับสนุนสายวิชาการ 3,000 บาทต่อคนต่อปี สายสนับสนุน 3,000 บาทต่อคนต่อปี เนื่องจากเห็นความสำคัญของการพัฒนาตนเอง เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามเอกสาร 5.2-4(17) ด้านนักศึกษาได้ให้บริการแก่นักศึกษาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เช่น นโยบายการจัดกิจกรรมนักศึกษาได้ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณให้นักศึกษามีส่วนร่วมและได้รับบริการด้านกิจกรรมนักศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ตามเอกสาร 5.2-4(18)

10.หลักมุ่งเน้นฉันทามติ  (Consensus Oriented)                      

มีการสำรวจความต้องการในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองของบุคลากร คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ตามเอกสาร 5.2-4(19) ผู้บริหารเปิดโอกาสให้อาจารย์และเจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาและตัดสินในร่วมกัน เช่น โครงการการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กร (KM) ประจำปีงบประมาณ 2565 ตามเอกสาร 5.2-4(20) 

5 ค้นหาแนวปฏิบัติที่ดีจากความรู้ทั้งที่มีอยู่ในตัวบุคคล ทักษะของผู้มีประสบการณ์ตรง และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ตามประเด็นความรู้ อย่างน้อยครอบคลุมพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัย จัดเก็บอย่างเป็นระบบโดยเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง

         เป้าหมาย คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีในปีการศึกษา 2564 ค้นหาแนวปฏิบัติที่ดีจากความรู้ทั้งที่มีอยู่ในตัวบุคคล ทักษะของผู้มีประสบการณ์ตรงและแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ตามประเด็นความรู้ อย่างน้อยครอบคลุมพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัยมีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบโดยเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติจริง

         1) คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการจัดการความรู้ ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อบริหารจัดการความรู้และที่มีอยู่ภายในตัวบุคคล รวบรวม จัดระบบความรู้เพื่อจัดทำร่างแผนการจัดการความรู้ ประจำปีการศึกษา 2564 โดยคณะกรรมการจัดการความรู้ได้ดำเนินการประชุมและมีการวางแผน และกำหนดประเด็นการจัดการความรู้ โดยมีมติที่ประชุมดำเนินการจัดการความรู้ จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่

                    (1) แผนการจัดการความรู้ด้านการผลิตบัณฑิต  KM Focus Area : เรื่องการจัดการเรียนการสอนแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7 โดยมีการเผยแพร่เทคนิคที่ถูกต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  เพื่อให้บุคลากรมีแนวทางในการจัดการการศึกษาให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานระดับหลักสูตร ได้รับองค์ความรู้และนวัตกรรมในการการจัดการศึกษามุ่งบริหารจัดการศึกษาสู่คุณภาพและมาตรฐาน และมีการนำหลักการบูรณาการการเรียนการสอนกับการทำงาน WIL จากสาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ และสาขาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรให้เป็นหลักสูตร WIL ให้แก่สาขาอื่นๆ ในคณะฯ อีกด้วย

                    (2) แผนการจัดการความรู้ด้านการวิจัย KM Focus Area : เรื่องการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มีนโยบายส่งเสริมให้บุคลากรส่งเสริมผลงานทางวิชาการและผลผลิตงานทางวิชาการ เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในคณะฯ ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และสามารถจัดการความรู้ในด้านการจัดทำผลงานวิชาการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด บุคลากรสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้บรรลุตามเป้าหมายของงาน บรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและบรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพในระดับอุดมศึกษา

        2) หัวหน้างานการจัดการความรู้ เสนอแผนการจัดการความรู้ ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติราชการร่วมกันในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารประจำคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เพื่อบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติราชการ โดยมติที่ประชุมเห็นชอบกับแผนการจัดการความรู้

        3) คณะกรรมการงานการจัดการความรู้ ได้ดำเนินการประชุมเพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบโครงการการจัดการความรู้ ประจำปีการศึกษา 2564

                (3.1) ด้านการผลิตบัณฑิต  KM Focus Area : เรื่องการจัดการเรียนการสอน แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7 โดยมีการมอบหมาย อาจารย์รพีพร โสภากุล และ นางสาววิชุดา เติมสุข เจ้าหน้าที่สำนักงาน

                (3.2) ด้านการวิจัย KM Focus Area : เรื่องการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีการมอบหมาย อาจารย์พิมพิลา คงขาว และนางสาววิชุดา เติมสุข เจ้าหน้าที่สำนักงาน

        4) ตลอดปีการศึกษา 2564 คณะกรรมการการจัดการความรู้ได้ดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยแยกประเด็น ดังนี้

 

ด้านการผลิตบัณฑิต  KM Focus Area : เรื่องการจัดการเรียนการเรียนการสอน แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7

         1. คณะกรรมการการจัดการความรู้ ประชุมและวางแผนการจัดทำโครงการการจัดการความรู้ด้านการวิจัย หัวข้อ แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7 โดยมีการมอบหมาย อาจารย์รพีพร โสภากุล และ นางสาววิชุดา เติมสุข เจ้าหน้าที่สำนักงาน

         2. การดำเนินการกิจกรรมการจัดการความรู้ หัวข้อ แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และมีการขออนุมัติกิจกรรมตลอดจนงบประมาณตามแผนที่กำหนดไว้

         3. ผู้รับผิดชอบกิจกรรมดำเนินการจัดการความรู้เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7  โดยมีสาขาวิชาการบัญชีเป็นต้นแบบในการเขียนรายงานผลการดำเนินงานระดับหลักสูตร (มคอ.7) เนื่องจากเป็นสาขาวิชาที่ได้รับคะแนนการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตรมากที่สุดในคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี คือ 4.00 และมีสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ และสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่มาเป็นต้นแบบของการพัฒนาหลักสูตรให้เป็นหลักสูตร WIL ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยฉัตร ทองแพง เป็นตัวแทนสาขาวิชาการบัญชีซึ่งเป็นต้นแบบในการจัดทำ มคอ.7 เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ประกันคุณภาพ คปภ. อาจารย์ ดร.ณัฐพงษ์ ใจซื่อตรง จากสาขาวิชาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ และอาจารย์ณัฐชปกร สีหะวงษ์ จากสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ในการจัดทำ มคอ.2 หลักสูตร WIL ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและบริบทของคณะ โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งหมด 3 ครั้ง ดังนี้

             3.1) กิจกรรมครั้งที่ 1 เป็นการจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ภายในกับอาจารย์ตัวแทนสาขาวิชา และคณะกรรมการการจัดการความรู้คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี

             3.2) กิจกรรมครั้งที่ 2 เป็นการจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ภายนอกกับเครือข่ายการศึกษา และคณะกรรมการการจัดการความรู้คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี

             3.3) กิจกรรมครั้งที่ 3 เป็นการจัดกิจกรรมการประมวล และกลั่นกรองความรู้ คณะกรรมการการจัดการความรู้ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี พิจารณาเอกสารประกอบ และสรุปประเด็นของเนื้อหาความถูกต้องและจัดทำเป็นรูปเล่มองค์ความรู้ (ร่าง) แนวปฏิบัติที่ดีเพื่อเตรียมเผยแพร่

             3.4) หัวหน้างานการจัดการความรู้ นำส่งแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอนและจัดทำ มคอ.7 ต่อท่านคณบดี

             3.5) หัวหน้างานการจัดการความรู้ จัดทำหนังสือประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7 ผ่านทางช่องทางสื่อโซเชียลทั้งภายในและภายนอกคณะ

 

ด้านการวิจัย KM Focus Area : เรื่องการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ

         1. คณะกรรมการการจัดการความรู้ ประชุมและวางแผนการจัดทำโครงการการจัดการความรู้ด้านการวิจัย หัวข้อ แนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีการมอบหมาย อาจารย์พิมพิลา คงขาว และ นางสาววิชุดา เติมสุข เจ้าหน้าที่สำนักงาน

         2. การดำเนินการกิจกรรมการจัดการความรู้ หัวข้อ แนวปฏิบัติที่ดีเทคนิคการทำวิจัยที่มีคุณภาพในระดับสากลและการตีพิมพ์ในระดับชาติและระดับนานาชาติ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และมีการขออนุมัติกิจกรรมตลอดจนงบประมาณตามแผนที่กำหนดไว้

         3. ผู้รับผิดชอบกิจกรรมดำเนินการจัดการความรู้เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติที่ดี  การพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สหัสา พลนิล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเพ็ญ อัตไพบูลย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร ภาดล และอามาตย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิริกมล ประภาสพงษ์ เป็นอาจารย์ต้นแบบ ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการถ่ายทอดประสบการณ์ในการเขียนข้อเสนอวิจัยที่มีคุณภาพ  ตลอดจนการจัดเตรียมบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ ที่อยู่ในฐาน Scopus  และได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเครือข่ายการวิจัย ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเพ็ญ อัตไพบูลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เพื่อร่วมสกัดแนวทางและเทคนิคการการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งหมด 3 ครั้ง ดังนี้

             3.1) กิจกรรมครั้งที่ 1 เป็นการจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ภายในกับอาจารย์ตัวแทนสาขาวิชา และคณะกรรมการการจัดการความรู้คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี

             3.2) กิจกรรมครั้งที่ 2 เป็นการจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ภายนอกกับเครือข่ายวิจัยภายนอก  และคณะกรรมการการจัดการความรู้คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี

             3.3) กิจกรรมครั้งที่ 3 เป็นการจัดกิจกรรมการประมวล และกลั่นกรองความรู้ คณะกรรมการการจัดการความรู้ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี พิจารณาเอกสารประกอบ และสรุปประเด็นของเนื้อหาความถูกต้องและจัดทำเป็นรูปเล่มองค์ความรู้ (ร่าง) แนวปฏิบัติที่ดีเพื่อเตรียมเผยแพร่

             3.4) หัวหน้างานการจัดการความรู้ นำส่งแนวปฏิบัติที่ดีการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการต่อคณบดี

             3.5) หัวหน้างานการจัดการความรู้ จัดทำหนังสือประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีการพัฒนางานวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ผ่านทางช่องทางสื่อโซเชียลทั้งภายในและภายนอกคณะ

ด้านการเผยแพร่และแบ่งปัน

            ในปีการศึกษา 2564  งานการจัดการความรู้ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้ดำเนินการการเผยแพร่และแบ่งปัน เพื่อสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัย ให้กับบุคลากร นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายจนสามารถทำให้บุคคลภายในมหาวิทยาลัยนำแนวปฏิบัติที่ดีการพัฒนาการวิจัยเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการไปใช้จนเกิดผลสามารถตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสารระดับชาติและนานาชาติ ที่อยู่ในฐาน Scopus ได้ และคณาจารย์มีความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ได้เสนอขอกำหนดตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สหัสสา พลนิล 2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยฉัตร ทองแพง 3.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล ศิริเวชพันธุ์

คณาจารย์ได้เสนอขอกำหนดตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ 1.อาจารย์เสาวลักษณ์ คำถา 2. อาจารย์ปาริฉัตร พงษ์คละ 3. อาจารย์ ดร.นริศรา ลอยฟ้า 4. อาจารย์พิมพิลา คงขาว และ 5.อาจารย์ลัทธกาญน์ กุยแก้ว

และหลักสูตรที่ครบรอบระยะเวลาในการปรับปรุงหลักสูตร สามารถนำแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.2 การพัฒนาสู่หลักสูตร WIL และผ่านการพิจารณาความสอดคล้องของหลักสูตรจาก สกอ. ได้แก่ สาขาวิชาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ และสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่  นอกจากนี้สามารถนำแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดทำ มคอ.7 ไปใช้พัฒนาการจัดทำ มคอ.7 ของแต่ละหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับรอบการประเมินประกันคุณภาพการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564 โดยมีผลคะแนนการประเมินประกันคุณภาพการศึกษา จำนวน 8 หลักสูตร อยู่ใน ระดับดี และมีพัฒนาการในการเขียนรายงานผลการดำเนินงานเป็นไปตามระบบวงจรคุณภาพมากยิ่งขึ้น

6 การกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารและแผนพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน

ผลการดำเนินงาน

        คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จัดทำแผนบริหารและแผนพัฒนาบุคลากร คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ดังหลักฐานที่ 5.2-6(1) เพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทาง
การพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องและบรรลุตามแผนยุทธศาสตร์
ของมหาวิทยาลัย ในด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากรตามยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการของมหาวิทยาลัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ระยะ 5 ปี ดังหลักฐานที่ 5.2-6(2) ทางคณะฯ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนบริหารและการพัฒนาบุคลากร ประจำปี พ.ศ.2564 ดังหลักฐานที่ 5.2-6(3) ซึ่งทางคณะ
ได้ดำเนินการจัดโครงการตามแผนพัฒนาบุคลากร ประจำปี พ.ศ. 2565 เพื่อพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน ดังนี้

       1.  โครงการการออกแบบหลักสูตรบนฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ (OBE) ดังหลักฐานที่ 5.2-6(4)

       2.  โครงการการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการเขียนเหตุผล ความจำเป็นของภาระงานและการวิเคราะห์ค่างานเพื่อขอกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้นของบุคลากรสายสนับสนุน ดังหลักฐานที่ 5.2-6(5)

       ทั้งนี้ทางคณะบริหาธุรกิจและการบัญชี ได้สนับสนุนให้บุคลากรทางการศึกษาได้เข้าศึกษาต่อ
ในระดับที่สูงขึ้น โดยในปีการศึกษา 2564 มีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น
จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

  • อาจารย์ ดร.วิชุดา สิงห์คำ ตำแหน่ง อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงินการคลัง

สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์

จากมหาวิทยาลัยแม้โจ้ อนุมัติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ดังหลักฐานที่ 5.2-6(6)

        คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุลากรสายวิชาการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีมีบุคลากรขอยื่นกำหนดตำแหน่งทางวิชาการเพื่อดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จำนวน 5 ราย และเพื่อดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์
จำนวน 2 ราย ดังหลักฐานที่ 5.2-6(7) ได้แก่

    1. ผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์

          1.1 อาจารย์ ดร.นริสรา ลอยฟ้า   ตำแหน่ง อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล

        1.2 อาจารย์ลัทธกาญจน์ กุยแก้ว  ตำแหน่ง อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล

          1.3 อาจารย์เสาวลักษ์  คำถา      ตำแหน่ง  อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล

        1.4 อาจารย์ปาริฉัตร พงษ์คละ    ตำแหน่ง  อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม

        1.5 อาจารย์พิมพิลา  คงขาว       ตำแหน่ง  อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม

    2. ผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์

              2.1 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สหัสา  พลนิล  ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สังกัดสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ

          2.2  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล ศิริเวชพันธ์  ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สังกัดสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม

       คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้ส่งเสริมให้คณาจารย์และบุคลากรจัดทำงานวิจัยของคณะฯ
โดยทางคณะฯ ได้จัดสรรงบประมาณในการจัดทำวิจัยให้บุคณาจารย์และบุคลากรที่สนใจ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้มีบุคลากรที่สนใจได้เสนอเรื่องจะจัดทำวิจัยประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 9 เรื่อง ดังหลักฐานที่
5.2-6(8) อีกทั้งส่งเสริมบุคลากรได้พัฒนาตนเอง ในเรื่องของการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีบุคลากรที่กำลังศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จำนวน 1 ราย คือ อาจารย์พรหมลิขิต อุรา อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ซึ่งกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ดังหลักฐานที่
5.2-6(9)

         ด้านการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ส่งเสริมให้บุคลากร
สายสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการ
การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานหลักและ
การทำผลงานวิจัยบุคลากรสายสนับสนุน” ในวันที่ 23 – 24 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุม 9901 ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งจัดโครงการโดยงานบริหารบุคคล
สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ทั้งนี้ทางคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้ส่งบุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 1 ราย คือ นางสาวมณีรัตน์ ปราศจาก (หัวหน้าสำนักงานคณบดี) ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับปฏิบัติการ เข้าร่วมโครงการ ดังหลักฐานที่
5.2-6(10)  และนำส่ง (ร่าง) คู่มือการปฏิบัติงานหลักในให้กับงานบริหารบุคคล วันที่ 7 และ 17 มกราคม 2565 ดังกล่าว ดังหลักฐาน
ที่
5.2-6(11)  และได้ส่งเสริมให้บุคคลากรสายสนับสนุนได้เข้าร่วมโครงการเสวนา “เส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรสายสนับสนุน เพื่อการพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ”  โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายสนับสนุน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ในรูปแบบการอบรมแบบออนไลน์  จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งการอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงการวิเคราะห์ค่างาน / การประเมินค่างาน / การกำหนดตำแหน่งสูงขึ้นของหน่วยงาน การจัดทำผลงานของสายสนับสนุน (วิเคราะห์-วิจัย-คู่มือ-R2R) / การพิจารณาผลงานของผู้ทรงคุณวุฒิ ในรูปแบบออนไลน์เพื่อกำหนดระดับตำแหน่งที่สูงขึ้นของบุคลากรสายสนับสนุน ดังหลักฐานที่ 5.2-6(12)(13)

       ทั้งนี้คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้มีการดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาบุคลากรผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และนำผลที่ได้จากการประเมินนำไปพัฒนาปรับปรุงแผนการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีความเหมาะสมต่อไป

7 ดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามระบบและกลไกที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพันธกิจและพัฒนาการของคณะที่ได้ปรับให้การดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานคณะตามปกติที่ประกอบด้วย การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินคุณภาพ

      คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีระบบกลไกการติดตามการดำเนินการประกันคุณภาพหลักสูตรของคณะ โดยดำเนินการตามมาตรฐานการประกันคุณภาพในทุกองค์ประกอบตามมาตรฐานการประกันคุณภาพของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และมหาวิทยาลัยกลุ่มราชภัฏ โดยเน้นระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

     1. การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามตัวบงชี้ ตามระบบการประกันคุณภาพของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ประจำปีการศึกษา 2564

     2. กำหนดกรอบการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา โดยการจัดทำคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ประจำปีการศึกษา 2564 ที่ประกอบด้วยแนวทางการดำเนินงานการประกันคุณภาพระดับหลักสูตรและระดับคณะ พร้อมด้วยระบบกลไกต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการประกันคุณภาพให้สำเร็จลุล่วงและเกิดประสิทธิภาพทั้งในระดับหลักสูตรและระดับคณะ

     3. การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี (Improvement Plan) โดยนำผลการประเมินคุณภาพจากวงรอบปีการศึกษา 2563 มาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนางานในด้านต่างๆ ให้ครอบคลุมภาระงานด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับหลักสูตรและระดับคณะ และขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามปฏิทินการดำเนินงานที่วางไว้ ซึ่งแผนฯ ดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะ ครั้งที่ 3/2564 วันที่ 1 กันยายน 2564

     4. คณะฯ ได้มีการจัดโครงการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตรและคณะ ประจำปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 และส่งเสริมให้อาจารย์เข้าร่วม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในระยะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

     5. คณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษามีการประชุมคณะกรรมการงานประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อปรึกษาหารือ วางแผน ติดตามผลและสรุปผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

     6. คณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาได้กำกับ ติดตามการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารประจำคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และรายงานต่อคณะกรรมการประจำคณะ ติดตามการดำเนินงาน รวมถึงการได้รับข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำมาบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ

     7. คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี จัดให้มีการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตร ประจำปีการศึกษา 2564 ในทุกหลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 8 หลักสูตร โดยผลการประเมินจากคณะกรรมการดังนี้

 

สาขาวิชา

ผลคะแนนประเมิน

 

2562

2563

2564

สาขาวิชาการบัญชี

3.61

4.00

3.95

สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

3.74

3.94

3.88

สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม

3.37

3.98

3.92

สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงินการคลัง

2.97

3.61

3.62

สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่

-

3.06

3.24

สาขาวิชาการจัดการ

3.43

3.56

3.70

สาขาวิชาการตลาด

3.48

3.53

3.61

สาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ

3.47

3.69

3.72

คะแนนเฉลี่ยรวมระดับคณะ

(ผลการบริหารจัดการในหลักสูตร)

3.44

3.67

3.71

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 










ผลการดำเนินงาน

ปีการศึกษา 2562 ผลการประเมิน 3.44

ปีการศึกษา 2563 ผลการประเมิน 3.67

ปีการศึกษา 2564 ผลการประเมิน 3.71

  จากการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีการศึกษา 2562– 2564 พบว่าผลการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งคณะกรรมการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาได้มีการรายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เพื่อให้การประเมินคุณภาพภายในระดับหลักสูตรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผลคะแนนการประเมินตนเอง
ทำได้ (ข้อ) ได้คะแนน
7 5